8 อาการโทรศัพท์พังพบบ่อย แก้อย่างไร ซ่อมหรือซื้อใหม่ดีกว่ากัน
รวมอาการโทรศัพท์พังยอดฮิต เจอแบบนี้จะซ่อมหรือซื้อใหม่ดี
ทุกวันนี้ปัญหาโทรศัพท์พังไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ อีกต่อไป เพราะโทรศัพท์มือถือกลายเป็นอวัยวะที่ 33 ของใครหลายคน ทั้งใช้ทำงาน ติดต่อธุระ ไปจนถึงใช้ดูหนังฟังเพลง แต่เมื่อถึงวันที่โทรศัพท์มีอาการผิดปกติ ไม่ว่าจะชาร์จไม่เข้า เครื่องค้าง เปิดไม่ติด หรือหน้าจอแตก คำถามส่วนใหญ่ที่ตามมาก็คือ "ควรซ่อมหรือซื้อใหม่ดีกว่ากัน"
บทความนี้ UFUND จะพาไปสำรวจอาการโทรศัพท์พังยอดฮิตที่พบได้บ่อย พร้อมแนวทางการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น พร้อมช่วยแนะนำทางออกที่ดีที่สุด เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินในกระเป๋าสตางค์และการใช้งานของคุณ
8 อาการโทรศัพท์พังที่พบบ่อย มีอะไรบ้าง

เมื่อเราใช้งานโทรศัพท์มือถือทุกวัน อาการโทรศัพท์พัง เครื่องรวน ขัดข้อง หรือทำงานผิดปกติ มีโอกาสเกิดขึ้นได้เสมอ มาดูกันว่าอาการมือถือพังที่พบได้บ่อยมีอะไรบ้าง
1. แบตเตอรี่เสื่อม
แบตเตอรี่เสื่อม เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและมีโอกาสเกิดขึ้นกับโทรศัพท์ทุกเครื่องที่ใช้งานมานาน อาการแบตเสื่อมมักเริ่มจากการชาร์จไฟเต็มช้าลง ใช้งานไม่กี่ชั่วโมงแบตก็หมด หรือบางครั้งเครื่องดับเองทั้งที่ยังเหลือแบต ซึ่งเกิดจากการใช้งานหนัก ชาร์จไปเล่นไป หรือใช้สายชาร์จที่ไม่ได้มาตรฐาน เป็นอาการโทรศัพท์พังที่ไม่ควรปล่อยไว้นาน เพราะอาจทำให้เครื่องร้อนผิดปกติ และเสี่ยงต่อความปลอดภัยได้
2. หน้าจอแตก
หน้าจอแตก มักเกิดจากการทำโทรศัพท์ตกจากที่สูงโดยไม่ตั้งใจ หรือถูกของแข็งกระแทกอย่างรุนแรง หากหน้าจอโทรศัพท์แตกแค่เล็กน้อย เช่น แตกบริเวณมุม และไม่ส่งผลต่อการทัชกรีน ก็ยังสามารถใช้งานต่อไปได้ แต่ถ้าโทรศัพท์ตกแตกอย่างรุนแรง หน้าจอแตกละเอียด ลามไปถึงทำให้ทัชสกรีนรวน สีเพี้ยน หรือแสดงผลไม่ชัดเจน กรณีนี้อาจต้องพิจารณาเปลี่ยนหน้าจอใหม่ หรือถ้ามีปัญหาอื่น ๆ ร่วมด้วย การซื้อใหม่ก็เป็นทางเลือกที่จบที่สุด
3. ทัชสกรีนไม่ได้
ทัชสกรีนไม่ได้ เป็นหนึ่งในปัญหาโทรศัพท์พังที่มักไม่มีที่มาที่ไปชัดเจน จู่ ๆ ก็เป็นเองโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า หากสัมผัสหน้าจอโทรศัพท์มือถือแล้วไม่มีการตอบสนอง ตอบสนองได้แค่บางจุด หรือบางจุดกดไม่ติด นี่คืออาการของจอพัง ซึ่งมักเกิดจากการตกกระแทก ความชื้น หรือการใช้งานหนักอย่างต่อเนื่อง ปัญหานี้ส่งผลต่อการใช้งานโดยตรง เพราะแม้เครื่องยังเปิดติด แต่ก็แทบใช้งานไม่ได้เลย
4. ลำโพงแตก ลำโพงไม่ดัง
หากโทรศัพท์มีเสียงผิดปกติ เช่น เสียงแหบ แตกพร่า เสียงเบามากหรือไม่ดังเลย เป็นสัญญาณว่าลำโพงอาจจะแตกหรือเสีย สาเหตุมักมาจากฝุ่นละออง ความชื้นสะสม หรือการเปิดลำโพงเสียงดังสุดต่อเนื่องเป็นเวลานาน ปัญหานี้นอกจากทำให้การคุยโทรศัพท์ไม่ชัดเจนแล้ว ยังทำให้ประสบการณ์ดูหนัง ฟังเพลง เสียอรรถรสไปอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้สามารถซ่อมได้ แค่เปลี่ยนลำโพงใหม่ก็ทำให้กลับมาใช้งานได้ปกติดังเดิม
5. โทรศัพท์ตกน้ำ เปิดไม่ติด
หนึ่งในอาการโทรศัพท์พังที่ผู้ใช้หลายคนกลัวที่สุดคือการทำเครื่องตกน้ำ เพราะอาจทำให้โทรศัพท์ช็อต และเปิดไม่ติด สาเหตุหลักคือน้ำซึมเข้าไปในตัวเครื่อง ทำให้ชิ้นส่วนภายในเสียหายและเกิดอาการช็อต อย่างไรก็ตาม หากคุณเผลอทำโทรศัพท์มือถือตกน้ำ อย่าเพิ่งตื่นตกใจเกินไป ควรเอาโทรศัพท์ขึ้นจากน้ำให้เร็วที่สุด และอย่ารีบเปิดเครื่องในทันที ควรทำให้เครื่องแห้งสนิทที่สุดก่อน แล้วจึงทดลองเปิดเครื่อง หากโชคดีเปิดติดก็จะใช้งานต่อได้ แต่ถ้าเปิดไม่ติดควรนำเครื่องไปตรวจเช็กที่ศูนย์บริการ
6. เครื่องช้า อืด ค้างบ่อย
อาการหน่วงและค้างเกิดขึ้นได้บ่อย ๆ เมื่อใช้งานโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งมานาน สาเหตุหลักมักมาจากหน่วยความจำภายในตัวเครื่องเต็ม ติดตั้งแอปพลิเคชันเยอะเกินไป หรือระบบปฏิบัติการไม่อัปเดตตามรุ่น บางครั้งยังเกี่ยวข้องกับอายุของฮาร์ดแวร์ที่เริ่มเก่าเกินไปหรือเสื่อมสภาพ อาการนี้ถือเป็นสัญญาณของโทรศัพท์พังที่บอกว่าควรพิจารณาซื้อเครื่องใหม่ ไม่สามารถแก้ไขหรือซ่อมให้หายขาดได้
7. กล้องพัง เปิดไม่ติด ถ่ายภาพไม่ได้
ยุคนี้กล้องคือหัวใจสำคัญของโทรศัพท์มือถือทุกเครื่อง หากเจออาการกล้องเปิดไม่ติด ภาพเบลอ โฟกัสไม่ได้ หรือขึ้นข้อความแอปฯ กล้องหยุดทำงาน อาจหมายถึงเลนส์หรือเซนเซอร์กล้องเสีย ปัญหานี้ส่งผลหนักกับผู้ที่ใช้มือถือทำงาน เช่น ถ่ายรูปสินค้า ทำคอนเทนต์ หรือวิดีโอคอลเป็นประจำ ทางแก้คือการส่งซ่อม ไม่ควรแกะชิ้นส่วนกล้องออกมาซ่อมเองหากไม่มีความชำนาญ เพราะอาจทำให้เสียหายมากขึ้นได้
8. เครื่องไม่มีสัญญาณ เล่นเน็ตไม่ได้
การที่โทรศัพท์มือถือจับสัญญาณไม่ได้ โทรออกหรือรับสายไม่ได้ รวมถึงต่ออินเทอร์เน็ตไม่ได้ ถือเป็นหนึ่งในอาการหนักสุดของโทรศัพท์พัง สาเหตุอาจมาจากซิมการ์ดสกปรก เสาอากาศในเครื่องเสีย หรือเมนบอร์ดมีปัญหา หากเพิ่งเจออาหารนี้ครั้งแรก ให้ลองรีสตาร์ตเครื่องใหม่ หากเจออาการนี้บ่อย ๆ การซ่อมอาจจะไม่จบ การเปลี่ยนเครื่องใหม่จึงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่า
เมื่อโทรศัพท์พังหรือมีอาการผิดปกติ ควรทำอย่างไรดี

เมื่อโทรศัพท์มีปัญหา สิ่งที่ตามมาคือคำถามว่า “ควรซ่อมหรือซื้อเครื่องใหม่เลยดี?” มาลองพิจารณาทางเลือกที่เหมาะสมกัน
1. ส่งซ่อม
หากโทรศัพท์พังครั้งแรก อาการยังไม่รุนแรงมาก และไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้งานมากเกินไป เช่น ไอโฟนชาร์จไม่เข้า แบตเตอรี่หมดไว หน้าจอแตกเล็กน้อย หรือเครื่องทำงานช้า อืด หน่วง การส่งซ่อมถือเป็นวิธีที่คุ้มค่า และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการซื้อใหม่ โดยเฉพาะถ้าโทรศัพท์ยังอยู่ในระยะเวลารับประกันก็ยิ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มาก
อย่างไรก็ตาม ควรเลือกร้านซ่อมที่น่าเชื่อถือ ใช้อะไหล่แท้ และมีการรับประกันหลังซ่อม เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องจะกลับมาใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ
2. ซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ไปเลย
ในกรณีที่โทรศัพท์พังบ่อย เกิดปัญหาเดิม ๆ ซ้ำซาก พยายามซ่อมแล้วแต่ก็ไม่หายขาด โทรศัพท์เก่ามาก หรือมีสาเหตุของการพังที่ร้ายแรง เช่น เมนบอร์ดเสีย หน้าจอเสีย โมดูลกล้องเสีย เครื่องตกน้ำจนช็อต หรือซ่อมแล้วค่าใช้จ่ายสูงเกือบเท่าซื้อใหม่ การตัดสินใจเปลี่ยนเครื่องใหม่ไปเลยอาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า เพราะไม่เพียงได้มือถือใหม่ที่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ แต่ยังได้ฟีเจอร์ใหม่ ๆ และสเปกที่ทันสมัยกว่าเดิมด้วย เช่นโทรศัพท์กันน้ำ
โทรศัพท์พังต้องคิดให้ดี ซ่อมหรือซื้อใหม่ แบบไหนคุ้มกว่ากัน
หากโทรศัพท์พัง การตัดสินใจว่าจะซ่อมหรือซื้อเครื่องใหม่ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและงบประมาณที่มี หากพังแค่เล็กน้อย การซ่อมก็ยังมีความคุ้มค่า เพราะใช้งบประมาณน้อยกว่า แต่ถ้าพังเสียหายหนักจนค่าซ่อมใกล้เคียงกับการซื้อใหม่ การเปลี่ยนเครื่องไปเลยอาจตอบโจทย์กว่า
อย่างไรก็ตาม การซื้อโทรศัพท์ใหม่ต้องใช้เงินพอสมควร หากยังไม่พร้อมจ่ายเงินสดในครั้งเดียว การซื้อกับ UFUND คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ ด้วยบริการผ่อนโทรศัพท์ใช้บัตรประชาชนที่จะช่วยให้คุณได้โทรศัพท์เครื่องใหม่มาใช้งานได้ทันที โดยไม่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่
สามารถสมัคร UFUND เพื่อผ่อนไอโฟน หรือโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ได้ง่าย ๆ ดอกเบี้ยต่ำ เริ่มต้นเพียง 0.99% เลือกผ่อนได้นานสูงสุด 48 เดือน
สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line : @ufund
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ